การเลือกตั้งขั้นต้น (หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า primary หรือภาษาฝรั่งเศสว่า primaire) เป็นการเลือกตั้งภายในพรรคเพื่อหาตัวแทนพรรคมาลงชิงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง แต่ละประเทศ แต่ละพรรคก็จะมีระบบการเลือกแตกต่างกันไป แต่ในเอ็นทรี่นี้จะพูดเฉพาะพรรคสังคมนิยม (Parti Socialiste) ของประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น ...
 
อย่างเป็นที่ทราบกันดี ประเทศฝรั่งเศสปกครองด้วยระบอบกึ่งประธานาธิบดี (semi-présidentiel) คือนำระบอบประธานาธิบดีแบบสหรัฐอเมริกาและระบอบรัฐสภาแบบอังกฤษมารวมกัน มีทั้งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีบริหารบ้านเมือง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสจะได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน มีวาระละ 5 ปี (เดิม 7 ปี) ในขณะที่นายกรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดีและรัฐสภาต้องเห็นชอบ ...
 
         
 
ประเทศฝรั่งเศสมีพรรคใหญ่ๆ อยู่สองพรรคคือ พรรคอูแอ็มเป (UMP) ซึ่งเป็นพรรคกลาง-ขวา (คือเอียงขวานิดๆ อนุรักษนิยมหน่อยๆ) ซึ่งตอนนี้เป็นพรรครัฐบาลอยู่ ประธานาธิบดีนีกอลา ซาร์กอซี (Nicolas Sarkozy) นายกรัฐมนตรีฟร็องซัว ฟียง (François Fillon) ก็มาจากพรรคนี้
 
ในอีกมุมนึง พรรคสังคมนิยมเป็นพรรคกลาง-ซ้าย (คือเอียงซ้ายอ่อนๆ สังคมนิยมนิดๆ ไม่สุดโต่ง) เป็นพรรคฝ่ายค้านที่ตอนนี้กำลังกลับมาแรง เพราะประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายรัฐบาลที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ค่อยจะได้ แถมยังมีข่าวอื้อฉาวมากมายให้ได้ว่ากัน
 
ถ้าอยากรู้ความเป็นไปเป็นมาทางการเมืองของฝรั่งเศสในยุคสาธารณรัฐที่ 5 ก็ไปอ่านได้ในเอ็นทรี่ก่อนๆ (เพิ่งจะเขียนเสร็จไปได้แค่ตอนเดียว แต่ก็จะพยายามเขียนให้จบในเร็วๆ นี้นะครับ) จะได้ไม่ต้องมาอธิบายในเอ็นทรี่นี้ให้ยืดยาวและซ้ำไปซ้ำมา
 
  
 
ทางพรรคสังคมนิยมฝรั่งเศสกำหนดวันเลือกตั้งขั้นต้นไว้ในวันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม 2011 (สำหรับรอบแรก) และ 16 ตุลาคม 2011 (สำหรับรอบสอง)
 
ในส่วนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้น ในการเลือกตั้งขั้นต้นครั้งก่อนๆ ทางพรรคเปิดโอกาสให้กับสมาชิกพรรคสังคมนิยมเท่านั้นที่มีสิทธิเลือก แต่ภายหลังได้มีมติเสียงข้างมาก (67.91%) ของพรรคเมื่อเดือนตุลาคม 2009 ให้จัดการเลือกตั้งขั้นต้นแบบเปิดให้บุคคลทั่วไปที่มีอุดมคติเอียงซ้ายเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า:
 
   
 
1) เป็นชาวฝรั่งเศส อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์และอยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อน 31 ธันวาคม 2010 หรือ ถ้ายังไม่ถึง ก็ต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ภายในวันเลือกตั้งประธานาธิบดีปีหน้า (22 เมษายน 2012)
2) หรือ เพียงแค่เป็นสมาชิกพรรคสังคมนิยม (PS), พรรคราดิกาลซ้าย (Parti Radical de Gauche; PRG), องค์การยุวชนสังคมนิยม (Mouvement des Jeunes Socialistes; MJS) หรือองค์การยุวชนราดิกาลซ้าย (Jeunes Radicaux de Gauche; JRG)
3) ถ้าเป็นชาวต่างชาติ ต้องเป็นสมาชิกพรรคหรือองค์การตามข้อ 2
4) สนับสนุนเงินอย่างน้อย 1 ยูโร
5) ลงลายมือชื่อในเอกสารคำปฏิญาณอุดมคติซ้ายที่ว่า "ฉันสำนึกถึงค่านิยมแห่งฝ่ายซ้ายและสาธารณรัฐ ในการสร้างสังคมแห่งเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ฆราวาสนิยม ความยุติธรรมและความเจริญก้าวหน้าอย่างสามัคคี"
 
 
ในส่วนของผู้สมัครรับเลือกตั้งขั้นต้นนั้น จะต้องเป็นสมาชิกพรรคสังคมนิยม โดยต้องมีการสนับสนุนจาก ...
1) สมาชิกรัฐสภา (สส. และ สว.) ของพรรคสังคมนิยม 5% (= 17 คน) หรือ
2) สมาชิกคณะกรรมการพรรคสังคมนิยมแห่งชาติ (Conseil national du Parti socialiste) 5% (= 16 คน) หรือ
3) สมาชิกสภาแคว้น (conseillers régionaux) 5% หรือ
4) สมาชิกพรรคสังคมนิยม 100 คน จาก 10 จังหวัด (département) และ 4 แคว้น (région) เป็นอย่างน้อย หรือ
5) นายกเทศมนตรี (maire) แห่งพรรคสังคมนิยม โดยมาจากเมืองที่มีประชากรมากกว่า 1 หมื่นคนขึ้นไป และมาจาก 4 แคว้น (= 16 คน)
ในขณะที่พรรคอื่นก็สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งขั้นต้นได้เหมือนกัน ถ้าหากพรรคนั้นให้การสนับสนุนตัวแทนของพรรคสังคมนิยมในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2007
 
ทางพรรคสังคมนิยมกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องสมัครภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2011 ถึง 13 กรกฎาคม 2011 จะเห็นได้ว่าการสมัครนั้นง่ายดายเหลือเกิน ทำให้มีผู้สมัครรับเลือกตั้งถึง 6 คนด้วยกัน ซึ่งก็ได้แก่ ...
 
   
* อาร์โน มงต์บูร​์ อายุ 48 ปี
- สส.เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดโซเนลัวร์ (Saône-et-Loire) ตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา (เลือกตั้งปี 1997, 2002, 2007)
- ควบตำแหน่งประธานสภาจังหวัดโซเนลัวร์ ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา
- เคยเป็นโฆษกในแคมเปญหาเสียงของเซโกแลน รัวยาลเมื่อปี 2007
- ประกาศลงแข่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2012
- นโยบายสำคัญคือ ต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เท่ากับว่าเขาสนับสนุนให้ฝรั่งเศสก้าวไปสู่สาธารณรัฐที่ 6
- ปฏิโลกาภิวัตน์ (démondialisation)
- ปฏิวัติอุตสาหกรรมเขียว (révolution industrielle verte)
 
   
* ฟร็องซัว อ็อลล็องด์ อายุ 57 ปี
- สส.เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดกอร์แรส (Corrèze) ตั้งแต่ปี 1988 - 1993 และตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา
- อดีตนายกเทศมนตรีเมืองทูลล์ (Tulle) ตั้งแต่ปี 2001 - 2008
- ประธานสภาจังหวัดกอร์แรส ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา
- อดีตเลขาธิการพรรคสังคมนิยม (Premier secrétaire) ตั้งแต่ปี 1997 - 2008
- สามีเก่า (นอกกฎหมาย) เซโกแลน รัวยาล (~1970 - 2007) มีลูกด้วยกัน 4 คน
- สนับสนุนรัฐธรรมนูญยุโรปในปี 2005 (ซึ่งภายหลังชาวฝรั่งเศสลงประชามติไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญนั้น 54.67%)
- นโยบายสำคัญคือ จะสร้างอาชีพให้กับครูอาจารย์ 6-7 หมื่นตำแหน่งภายใน 5 ปี
- ลดปริมาณการผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์จาก 75% ให้เหลือ 50%
- ลดเงินเดือนประธานาธิบดีฝรั่งเศส 30%
- กลับมาให้ข้ารัฐการเกษียณอายุ 60 ปี (ปัจจุบันฝรั่งเศสเกษียณที่อายุ 62 ปี)
 
  
* ฌ็อง-มีแชล เบเล อายุ 64 ปี
- สว.จังหวัดตาร์เนการอนน์ (Tarn-et-Garonne) ตั้งแต่ปี 1986-1988 และ 1995 ถึงปัจจุบัน
- อดีตนายกเทศมนตรีเมืองวาลองซ์-ดาฌ็อง (Valence-d'Agen) ตั้งแต่ปี 1977 - 2001
- อดีตรองรัฐมนตรี (Secrétaire d'État) ขึ้นกับกระทรวงการต่างประเทศ (Ministre des Relations extérieures) ปี 1984 - 1986
- อดีตรองรัฐมนตรี ดูแลดินแดนอาณานิคม (collectivités locales) กระทรวงมหาดไทย (Ministre de l'Intérieur) ปี 1988 - 1990
- รัฐมนตรีช่วย (Ministre délégué) ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว (du Tourisme) ปี 1990 - 1993
- หัวหน้าพรรคราดิกาลซ้าย (PRG) ปี 1996 ถึงปัจจุบัน
- นโยบายสำคัญคือ เสนอนโยบายเศรษฐกิจร่วมกันของสหภาพยุโรป
- มีรัฐบาลกลางสำหรับสหภาพยุโรป (Europe fédérale) ด้วยงบประมาณและภาษีสหภาพยุโรป (คล้ายๆ กับสหรัฐอเมริกาที่มีรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นบริหารประเทศร่วมกัน)
- สนับสนุนการแต่งงานเพศเดียวกัน (mariage homosexuel), การุณยฆาต (l'euthanasie) และทำให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย (légalisation du cannabis)
 
  
* มานูเอ็ล วัลส์ อายุ 49 ปี
- สส.เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดเอซอนน์ (Essonne) ตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา
- นายกเทศมนตรีเมืองเอฟรี (Évry) ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา
- ประธานชุมชนพิเศษเอฟรี ซ็องทร์ เอซอนน์ (Évry Centre Essonne) ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา
- เกิดที่เมืองบาร์เซโลนา (Barcelona) ประเทศสเปน ก่อนที่จะเปลี่ยนสัญชาติเป็นฝรั่งเศสเมื่อปี 1982 (อายุ 20 ปี)
- นโยบายสำคัญคือ จำกัดจำนวนผู้อพยพเข้าประเทศ และบริหารจัดการร่วมกับประเทศเศรษฐกิจร่วมทั้งหลาย
- ไม่เห็นด้วยกับการกลับมาให้ข้ารัฐการเกษียณที่อายุ 60 ปี
- ลดเงินเดือนประธานาธิบดีและรัฐมนตรีทั้งหลาย 20%
- เปลี่ยนแปลงนโยบายทำงาน 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (déverrouiller les 35 heures)
 
 
* มาร์ตีน โอบรี อายุ 61 ปี
- เลขาธิการพรรคสังคมนิยม ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา
- ประธานชุมชนเมือง (Communauté urbaine) ลีลล์ (Lille) ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา
- นายกเทศมนตรีเมืองลีลล์ ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา
- อดีตสส.เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนอร์ (Nord) ปี 1997
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (Ministre de l'Emploi et de la Solidarité) ตั้งแต่ปี 1997 - 2000
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (Ministre du Travail, de l'Emploi et de la Formation professionelle) ตั้งแต่ปี 1991 - 1993
- นโยบายสำคัญคือ วางกฎที่เข้มงวดขึ้นเพื่อบังคับใช้กับธุรกิจภาคบริการ เช่น ขึ้นภาษีบริษัทใหญ่ๆ และลดส่วนภาษีธุรกิจขนาดย่อม (SME/PME)
- สนับสนุนการกลับมาให้ข้ารัฐการเกษียณที่อายุ 60 ปี
- ภูมิภาคภิวัตน์ (régionisation) การลงทุนในธนาคาร
- เพิ่มงบประมาณทางด้านวัฒนธรรม 30 - 50%
- สนับสนุนการยกเลิกโทษกัญชา (dépénalisation du cannabis), การแต่งงานเพศเดียวกัน และ อนุญาตให้ชาวต่างชาติมีสิทธิลงคะแนนในการเลือกตั้งท้องถิ่น
 
 
* เซโกแลน รัวยาล อายุ 58 ปี
- ประธานสภาแคว้นปัวตู-ชาร็องต์ (Poitou-Charentes) ตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา
- อดีตรัฐมนตรีช่วย (Ministre déléguée) ดูแลด้านครอบครัว, ผู้เยาว์และผู้พิการ (à la Famille, à l'Enfance
et aux Personnes handicapées) ปี 2000 - 2002
- อดีตรัฐมนตรีช่วย ดูแลด้านการศึกษา (à l'Enseignement scolaire) ปี 1997 - 2000
- อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม (Ministre de l'Environnement) ปี 1992-1993
- อดีตสส.เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดเดอ-แซฟร์ (Deux-Sèvres) ปี 1988 - 1992, 1993 - 1997 และ 2002 - 2007
- เคยเป็นตัวแทนพรรคสังคมนิยมในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสปี 2007 หลังจากได้คะแนนเสียงจากสมาชิกพรรคสังคมนิยมไปกว่า 60.65% เอาชนะดอมีนีก สโทรส-กาน (Dominique Strauss-Kahn) และโลร็อง ฟาบียุส ไปได้
- ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสปี 2007 นั้น เธอได้คะแนนเสียงรอบแรก 25.87% (อันดับสอง) และรอบสอง 46.94% (อันดับสอง) แพ้นีกอลา ซาร์กอซีจากพรรคอูแอ็มเปที่ได้ 31.18% และ 53.06% ในรอบหนึ่งและสองตามลำดับ
- อดีตภรรยา (นอกกฎหมาย) ฟร็องซัว อ็อลล็องด์ แยกทางกันภายหลังจากรัวยาลแพ้การเลือกตั้งปี 2007
- นโยบายสำคัญคือ สนับสนุนการกลับมาให้ข้ารัฐการเกษียณที่อายุ 60 ปี
- กระจายภาษีให้เท่าเทียมกันโดยไม่เพิ่มอัตราภาษีให้สูงขึ้น
 
 
ตั้งแต่ต้นปี 2010 เป็นต้นมา ดอมีนีก สโทรส-กาน (DSK) กรรมการผู้บริหารกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เป็นผู้ที่มีคะแนนนิยมนำมาเป็นอันดับหนึ่งตลอด เป็นที่เชื่อกันว่าหากเขาลงสมัครรับเลือกตั้งในปีหน้า เขาจะได้เป็นตัวแทนพรรคสังคมนิยมไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2012 อย่างแน่นอน แต่ทว่าในเดือนพฤษภาคม 2011 สโตรส-กานตกเป็นจำเลยในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศพนักงานโรงแรมโซฟิเทลนิวยอร์ค เป็นเรื่องใหญ่โตอยู่พักหนึ่ง ทำให้คะแนนนิยมตกลงมาเรื่อยๆ และเขาก็ไม่ได้สมัครรับเลือกตั้งภายในวันที่พรรคกำหนด ทำให้เขาต้องออกจากการแข่งขันไปโดยปริยาย
 
เมื่อเข้าสู่ปี 2011 คะแนนนิยมของรัวยาลตกลงไปอย่างมาก จากเดิมอยู่ในลำดับต้นๆ ในขณะที่อดีตสามีเธออย่างฟร็องซัว ออลลองด์ได้คะแนนนิยมสูงขึ้นทีละนิดๆ
 
 
ภายหลังจากสโทรส-กานออกจากการแข่งขันไปเป็นที่เรียบร้อย คนที่ก้าวขึ้นมาเป็นที่หนึ่งในโพลแทบจะทุกสำนักก็ว่าได้คือ ฟร็องซัว อ็อลล็องด์ อดีตเลขาธิการพรรคสังคมนิยมกว่า 10 ปี ในขณะที่มาร์ตีน โอบรีก็ขยับเข้ามาเป็นที่สองแบบไม่ห่างอ็อลล็องด์เท่าไหร่นัก ในขณะที่รัวยาลตกไปอยู่อันดับสาม ห่างจากผู้นำโพลทั้งสองคนพอสมควร ในขณะที่ทั้งมงต์บูร์และวัลส์ก็มีคะแนนนิยมรั้งท้าย ไม่เกิน 5%
 
 
เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาเลือกตั้งขั้นต้น (คือหลังจากปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นต้นมา) อ็อลลองด์และโอบรีได้คะแนนนิยมตามกันมาติดๆ โดยตลอด ในขณะที่มงต์บูร์ก็ได้เขยิบเข้ามาใกล้รัวยาลมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงเดือนตุลาคม 2011 เดือนที่จะมีการจัดการเลือกตั้งขั้นต้นในไม่ช้า โพลทุกสำนักก็เผยว่า ผู้ที่มีคะแนนนิยมมากที่สุดคือ อ็อลลองด์ และตามมาด้วย โอบรี รัวยาล มงต์บูร์ วัลส์ และ เบเล (ซึ่งไม่ได้นำมาใส่ไว้ในกราฟเพราะคะแนนนิยมอยู่ที่ 1% ไม่มีเปลี่ยน)
 
   
 
ช่วงหนึ่งเดือนก่อนการเลือกตั้ง ทางสื่อสารมวลชนฝรั่งเศสได้จัดดีเบตขึ้น (ทำนองสหรัฐอเมริกา) ให้ผู้สมัครแต่ละคนมาประชันฝีปากกัน โดยจัดขึ้นทั้งสิ้น 4 ครั้งได้แก่ ...
1) ดีเบตครั้งที่ 1 (15 กันยายน 2011) โดยสถานีโทรทัศน์ France 2
2) ดีเบตครั้งที่ 2 (28 กันยายน 2011) โดยสถานีโทรทัศน์ I-Télé
3) ดีเบตครั้งที่ 3 (5 ตุลาคม 2011) โดยสถานีโทรทัศน์ BFM TV
4) ดีเบตครั้งที่ 4 (12 ตุลาคม 2011) โดยสถานีโทรทัศน์ France 2 อีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งแต่ละครั้งก็มีสีสันและรายละเอียดต่างกันไป แต่ผลในท้ายที่สุดก็ไม่ได้ต่างไปจากเดิมเท่าไหร่นัก เพราะประชาชนส่วนมากได้ตัดสินใจจะเลือกใครเป็นตัวแทนพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งยังเป็นดีเบตที่จัดใกล้การเลือกตั้งเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจจะมีส่วนให้เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจได้ยากขึ้นอยู่เหมือนกัน และวันเลือกตั้งขั้นต้นในรอบแรกก็มาถึง ผลปรากฎว่า ...
 
     
ผลการเลือกตั้งในรอบแรก (ซ้าย),, แผนที่แสดงถึงฐานเสียงของอ็อลล็องด์ [แดง] และโอบรี [ฟ้า] -- ยิ่งเข้มยิ่งมีคนโหวตให้เยอะ (ขวา)
 
 
กว่า 2 ล้าน 6 แสนคนทั่วประเทศฝรั่งเศสออกไปใช้สิทธิเลือกตัวแทนพรรคของตน ไม่เป็นที่แปลกใจที่ออลลองด์และโอบรีจะได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งและสองตามลำดับ เพราะทั้งคู่มีคะแนนนิยมนำในโพลมาตลอดอยู่แล้ว แต่ที่ช็อคและไม่คาดคิดมาก่อนคืออันดับสาม กลับตกเป็นของมงต์บูร์ สส.นิรนามที่ไม่มีใครแทบจะไม่รู้จักในวงกว้าง เอาชนะเซโกแลน รัวยาล อดีตตัวแทนพรรคในปี 2007 ที่คาดว่าจะอยู่อันดับสามไปถึง 2 แสนกว่าเสียง รัวยาลถึงกับออกมาบอกว่าได้คะแนนน้อยกว่าที่คาดเอาไว้พอสมควร ...
 
จากแผนที่ข้างต้นจะเห็นได้ว่า อ็อลล็องด์ได้คะแนนสูงเป็นอันดับหนึ่งเกินกว่า 90% ของจังหวัดต่างๆ ในประเทศฝรั่งเศส ในขณะที่โอบรีเอาชนะในเขตจังหวัดปารีส, แซน-มารีตีม, นอร์ และ ปาเดอกาเล (สองจังหวัดหลังอยู่ในแคว้นที่โอบรีมีฐานเสียงหนาแน่น) รวมถึงชาวฝรั่งเศสที่อยู่ต่างประเทศอีกด้วย ส่วนมงต์บูร์เอาชนะได้เพียงจังหวัดเดียวคือโซเนลัวร์ จังหวัดที่ตนเป็นสส.และประธานสภาจังหวัดนั่นเอง เบเลได้อันดับหนึ่งเฉพาะในจังหวัดโพ้นทะเล แซง-ปีแยร์-เอ-มีเกอลง (Saint-Pierre-et-Miquelon)
 
  
 
และในเมื่อไม่มีใครชนะเสียงข้างมากเด็ดขาด (เกิน 50%) จึงต้องมีการเลือกตั้งขั้นต้นรอบสองขึ้นมา ระหว่างผู้ที่ได้อันดับที่หนึ่งและสอง ประชันกันสองต่อสอง ซึ่งก็คือ อ็อลล็องด์และโอบรี นั่นเอง
 
ภายหลังจากการเลือกตั้งรอบแรก ผู้สมัครที่ไม่ผ่านเข้ารอบสองก็ได้ออกมาให้การสนับสนุนฟร็องซัว อ็อลล็องด์กันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นมานูเอ็ล วัลส์ (9 ตุลาคม), ฌอง-มีแชล เบเล (10 ตุลาคม), เซโกแลน รัวยาล (12 ตุลาคม) และสปอตไลท์ก็ฉายไปยัง มงต์บูร์ ว่าเขาจะออกมาสนับสนุนใคร ซึ่งท้ายที่สุดก็ออกมาสนับสนุนอ็อลล็องด์ในวันที่ 14 ตุลาคม
 
 
ไม่ผิดคาดเพราะประชาชนกว่า 1 ล้าน 6 แสนคน (จาก 2 ล้าน 8 แสนคน) ทั่วประเทศเทคะแนนเสียงให้กับอ็อลล็องด์ ซึ่งวันเดียวกันนั้นเองโอบรีก็ได้ประกาศยอมแพ้และประกาศสนับสนุนอ็อลล็องด์ในการเลือกตั้งปีหน้า ในส่วนของออลลองด์ก็ได้ประกาศชัยชนะ พร้อมกล่าวว่า ...
 
 
"ค่ำคืนนี้ บางส่วนของพวกคุณได้มอบหมายงานให้กับผม มันเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และปฏิเสธไม่ได้ นั่นคือการนำชัยชนะมาให้กับฝ่ายซ้าย ผมจะอุทิศพละกำลังและเรี่ยวแรงทั้งหมด และผมพร้อมจะนำชัยชนะมาเพื่อการเปลี่ยนแปลง"
 
« Ce soir, j'ai reçu un mandat d'une partie d'entre vous, un mandat impérieux, celui de faire gagner la gauche. J'y consacrerai toutes mes forces, toute mon énergie et j'ai la volonté de réussir le changement ».
 
"ผมไม่สามารถต่อสู้ตัวคนเดียวได้หรอก ผมต้องการความเป็นเอกภาพ การรวมตัวกัน และพรรคสังคมนิยมที่เป็นหนึ่งเดียว"
 
« Je ne peux mener ce combat seul, j'ai besoin de l'unité, du rassemblement, d'un parti socialiste solidaire ».
 
และหลังจากนี้เป็นต้นไป ก็เข้าสู่ช่วงเวลาหาเสียงเพื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะจัดขึ้นในอีก 5 เดือน พรรคสังคมนิยมก็ได้ตัวแทนพรรคคือฟร็องซัว อ็อลล็องด์ ในขณะที่ตัวแทนพรรคอูแอ็มเปก็คงเป็นประธานาธิบดีซาร์กอซี ที่ปรารถนาจะครองอำนาจเป็นสมัยที่ 2 ในส่วนของพรรคอื่นก็ต้องคอยติดตามกันว่าใครจะมาเป็นตัวแทนพรรคอย่างเป็นทางการ และจะมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้มากแค่ไหน ถ้ามีความคืบหน้าจะไว้รายงานให้ทราบกันนะครับ
 
    

Comment

Comment:

Tweet

free counters Flag Counter